คนเดียวอีกแล้ว

posted on 07 Sep 2009 09:39 by lamead

      ช่วงนี้มีหนังใหม่ๆเข้าโรงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 5แพร่ง จากค่าย GTH หรือ Final Destination4 น่าดูทั้งนั้นเลยว่ามั้ยครับ แต่เวลาที่ผมอยากดูหนังเรื่องไหนมากๆนั้นมักที่จะไม่ได้ดู เพราะบางทีก็เกิดความรู้สึกไม่อยากไปดูหนังคนเดียว พอชวนใครไปก็ไม่มีใครว่างเลยสักคน แต่การดูหนังคนเดียวก็ดีไปอย่างนะครับเพราะดูรู้เรื่องดี แต่บางครั้งที่ต้องไปดูหนังแนว Romance คนเดียวก็เจ็บตับเหมือนกัน เพราะเวลาไปดูก็มักจะเห็นคนอื่นๆเค้าก็ต่างพาคนรู้ใจไปดูหนังกระหนุงกระหนิงกันไป แต่เราไปดูคนเดียวมันก็รู้สึกแย่มากนะ บางที่แอบมีหมั่นใส้เหมือนกันที่อีคู่ข้างหน้าเราเค้าเอาหัวมาถูไถกัน(มึงขาดความอบอุ่นกันมากรึไงวะ) ออร่าของความอิจฉาเริ่มเปร่งประกายออกมาจากตัวผมอย่างรุ่นแรง ภาพในหัวของผมตอนนั้นคือ ลุกขึ้นจิกหัวมันทั้งคู่โขกกัน หรือกระทืบผู้ชายแล้วฉุดผู้หญิงมานั่งกับเราแทน ความคิดชั่วร้ายออกมาจากหัวผมมากมายก่ายกอง แต่แล้วก็ได้แค่คิด หลายครั้งหลายหนที่ผมเดินออกจากโรงมาแล้วบอกกับตัวเองว่า "นี่จะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราจะมาดูหนังคนเดียว" แต่แล้วก็มาดูหนังคนเดียวอีกหลายเรื่องเหมือนกัน

      มาพูดถึงเรื่องหนังดีกว่า เรื่องที่ผมจะไปดูวันนี้หลังเขียน blog เสร็จก็คงจะเป็น 5แพร่ง ซึ่งผมชอบหนังของค่าย GTH อยู่แล้ว เพราะทำภาพออกมาได้สวยดี การถ่ายภาพของเค้าเหมาะกับหนังสไตร์วัยรุ่นดี ส่วนหนังสยองขวัญก็ทำภาพออกมาได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหนังเรื่อง 4 แพร่ง แต่วันนี้มี 5 แพร่งแล้ว จากผู้กำกับชุดเดิม แต่เพิ่มผู้กำกับจากหนังเรื่องนางนากมาอีก1ท่าน คือ วิสูตร พูลวรลักษณ์ แล้วหนังเรื่องนี้จะไม่สยองขวัญได้ไง ก็ 5ผู้กำกับหนังสยองขวัญแนวหน้าของเมืองไทยมารวมกันอยู่ใน 5แพร่งแล้ว แต่หนังจะทำออกมาได้เนียนขนาดไหนอันนี้เดี๋ยวจะไปตามผลงานแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีใน scoop หน้าละกัน จะว่าไปหนังสยองขวัญแบบนี้ถ้ามีสาวไปดูด้วยสักคนคงจะดีไม่น้อยเลยนะครับ (อิอิ) แต่ติดตรงที่ยังหาสาวไปดูด้วยไม่ได้นี่แหละ ติดเรียนบ้าง ไม่ว่างบ้างล่ะ 

      มันคงเป็นอีกเรื่องแล้วสินะครับที่จะต้องไปดูหนังคนเดียว และผมก็จะยังคงพูดกับตัวเองทุกครั้งที่ดูหนังจบว่านี่แหละจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราจะมาดูหนังคนเดียว ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วครับที่จะอาบน้ำแต่งตัวออกไปดูหนังคนเดียว(อีกแล้ว)

      ปล.งงกับผู้กำกับนิดหน่อย ขอบคุณปอนด์แห่งstoryonthewall มากครับ สรุปเลยละกัน

5 แพร่ง มีผู้กำกับทั้งหมด 5 คน

แพร่งที่1 หลาวชะโอน - ผู้กำกับ ปวีณ ภูริจิตปัญญา (ยันต์สั่งตาย )

แพร่งที่2 Backpackers – ผู้กำกับ  ทรงยศ สุขมากอนันต์  (หนังสั้นประกอบเพลง ระบำแห่งความตาย และ การเดินทางของหิ่งห้อย ของ วงกล้วยไทย/ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น/เด็กหอ/แฟนฉัน)

แพร่งที่3 รถมือสอง – ผู้กำกับ  ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (เที่ยวบินที่ 422 A)

แพร่งที่4 คนกอง – ผู้กำกับ บรรจง ปิสัญธนะกูล (คนกลาง)

แพร่งที่5 ห้องเตียงรวม – ผู้กำกับ วิสูตร พูลวรลักษณ์ 

      ก็คือ 5แพร่งมีผู้กำกับใหม่เพิ่มมา 2 คน คือ คุณทรงยศ สุขมากอนันต์ และ คุณวิสูตร พูลวรลักษณ์ ส่วนผู้กำกับจาก 4แพร่งที่ไม่ได้กำกับในภาคนี้คือ คุณยงยุทธ ทองกองทุน (เหงา)

     ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ 

 

To be continue


ความทรงจำ

posted on 02 Sep 2009 07:32 by lamead

           อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ผมต้องไปนอนที่บ้านยายเพราะว่าตาผมเข้าโรงพยาบาล คืนแรกที่ได้กลับมายังบ้านที่ผมเกิดและโตขึ้นมา บางสิ่งบางอย่างมันยังคงอยู่ที่เดิม และบางสิ่งบางอย่างมันก็ถูกย้ายที่หรือไม่ก็หายไป ผมไม่ได้มานอนที่บ้านหลังเก่านี้นานกว่า 4 ปีแล้วสินะ ห้องนอนของผมตอนนี้ก็ถูกทำเป็นห้องเก็บหนังสือเก่า เมื่อผมเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นหนังสือเก่าอบอวนไปทั่วห้อง สายตาของผมได้ไปสะดุดกับสมุดสีฟ้าที่ดูคุ้นตาเมื่อราว 8-9 ปีที่แล้ว มันเป็นสมุดที่ผมให้เพื่อนสมัย ม.3 เขียนให้ตอนก่อนจะจบมัธยมต้นนั้นเอง ผมเปิดอ่านหลังจากที่ไม่ได้เปิดมันมาเกือบจะ 10 ปีแล้ว คนแรกที่เขียนเป็นอนุวรรณ ศักดิ์สุนทร ตอนแรกผมอ่านชื่อจริงแล้วยังงงเหมือนกันว่าผมมีเพื่อนคนนี้ด้วยหรอ แต่พอมาอ่านเอาตรงชื่อเล่นเท่านั้นแหละ"อีใหม่"นี่เอง เนื้อหาที่เธอเขียนก็ประมาณด่าผมซะแหลกรานเลย ผมเล่นบาสแล้วขี้เก็กบ้าง กวนตีนบ้าง (ซึ่งกูไม่ยิ้มนี่คือกูเก็กใช่มั้ย กูเล่นบาสอยู่จะให้กูยิ้มตลอดเลยรึไง...ฟายเอ้ย)แล้วก็นั่งอ่านไปจนจบเล่ม ส่วนใหญ่ทุกคนก็อวยพรให้ผมโชคดี บ้างก็แซวกันไปต่างๆนาๆ อ่านแล้วก็คิดถึงวันวานที่ผมได้เคยสัมผัสกับความรู้สึกดีๆครั้งแรกกับผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่รู้ป่านนี้เธอคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เธอจะเรียนจบรึยัง เธอสบายดีมั้ย คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผมอย่างรวดเร็วแต่ไร้ซึ่งคำตอบ ผมจับมือถือขึ้นมาสัก 20 ครั้งเห็นจะได้แต่ก็ไม่กล้าที่จะโทรไปหาเธอสักครั้งเดียว ไม่รู้ว่าเธอจะยังใช้เบอร์เดิมอยู่หรือเปล่า ผมรวบรวมความกล้าขึ้นอีกครั้งหยิบมือถือขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 21 พอกดเบอร์เสร็จใจผมก็ไม่กล้าพอที่จะกดปุ่มโทรออกซะอย่างงั้น ในหัวผมคิดว่าถ้าผมไม่โทรไปและเก็บความรู้สึกนี้ไว้ลึกๆข้างในใจแล้วปล่อยให้เรื่องที่ผ่านมาเป็นเพียงความทรงจำที่มีค่าอย่างนี้เรื่อยไปล่ะมันจะดีกว่ามั้ย แต่สุดท้ายผมก็รวบรวมความกล้าขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จหยิบมือถือขึ้นมาเป็นครั้งที่ 22 กดเบอร์แล้วโทรออกอย่างรวดเร็ว และแล้วก็มีเสียงผู้หญิงรับสาย "เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ"(ไม่เปิดใช้เหี่ยไรประมาณ 8-9 ปี ที่แล้วกูยังเคยโทรไปอยู่เลย นี่มึงโกหกกูใช่มั้ยเนี่ย)สุดท้ายเบอร์ที่โทรไปเธอก็เลิกใช้ไปแล้ว ผมยังคงนั่งคิดถึงเรื่องเก่าๆในวันวานอยู่ในห้อง คิดไปเรื่อยเปื่อยถ้าหากวันนึงผมได้เจอเธออีกครั้งจะเป็นยังไงนะ เธอจะยังคงจำผมได้อยู่หรือเปล่า หรือผมจะเป็นเพียงชายแปลกหน้าที่เธอเดินผ่านไปเฉยๆ ขออย่าให้เป็นอย่างหลังนี้เลยครับ สาธุ....


 To Be Continiue

เกาเหลามันไร้เส้น

posted on 23 Aug 2009 13:28 by lamead

วันนี้ผมมีรูปมาให้ทุกท่านได้ดูครับ และผมอยากรู้ว่าเมื่อคุณได้เห็นคุณจะนึกถึงอะไร

รูปที่ 1 คิดถึงอะไรครับ ?

 

 

รูปที่ 2 คิดถึงอะไรครับ ?

 

รูปที่ 3 ล่ะครับคุณคิดถึงอะไร ?

 และผมมีนิทานจะมาเล่าให้ฟังครับ

 ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งตรงข้ามกองเมืองจังหวัดนครราชสีมา นายหนุ่ยหิวมากเพราะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าเพราะเดินหางานมาทั้งวัน เข้าไปสั่งแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว่า

"ป้าครับ ผมเอาเกาเหลาเนื้อเปื่อยชามนึงครับ"

"รอเดี๋ยวนะไอ้หนุ่มเอ้ย" ป้าพูดไปพลางทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าที่มาสั่งอยู่ก่อนแล้ว

ในขณะนั้นนายเมศก็เข้ามาในร้านและสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำทีนึง

"อ้าวก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำของใคร ได้แล้วจ้า"

นายเมศจ่ายเงินแล้วเดินจากไป

"ป้าครับ ขอก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่อีกชามนึงครับป้า"นายเอ๋ตะโกนสั่งมาจากโต๊ะ 5

"ได้ๆ รอสักครู่ จ้า" 

เวลาผ่านไป 5 นาที

"ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ โต๊ะ 5 ได้แล้ว จ้า " ป้าพูดพร้อมกับให้เด็กเซิร์ฟนำไปให้นายเอ๋ที่โต๊ะ 5

"เอ่อ ป้าครับ ป้าลืมทำเกาเหลา ของผมรึป่าวครับ"

"โอ้ ป้าลืมเลย รอสักครู่นะ เดี๋ยวป้าทำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่อีกชามก่อน"

 

 

 

to be continue